สปิเนล สัญลักษณ์ของอำนาจ เสริมกำลังใจและความกล้าหาญ

แร่สปิเนลดูผ่านๆเหมือนแร่เหล็ก
สปิเนล เป็นอัญมณีที่ไม่ค่อยคุ้นหูกันเท่าไหร่หนัก เป็นอัญมณีที่เกิดจากการแปรสภาพของแร่ที่ฝังอยู่ในชั้นหินปูนผลึก หินไนส์ และเซอร์เพนทีน มักจะพบในลักษณะก้อนกรวดทรายตามทางน้ำต่างๆ ทนทานต่อการสึกกร่อนสูง พบในศีลังกา ไทย พม่าตอนเหนือ และมาดากัสการ์

สปิเนล หรือ Spinel มาจากภาษาลาตินว่า spina หมายถึงหนาม ซึ่งผลึกของแร่สปิเนลนี้มีรูปร่างที่ไม่แน่นอนเท่าไหร่ แต่ส่วนมากแล้วจะมีลักษณะแหลมคล้ายหนาม มีสีต่างๆ เช่น สีขาว แดง ชมพู ส้ม ม่วง เหลือง น้ำเงิน เขียวแก่ น้ำตาล สีดำ เป็นต้น



สปิเนลที่มีเนื้อใสสะอาด และสีจัดสม่ำเสมอ จัดเป็นรัตนชาติ โดยเฉพาะสีแดง คล้ายทับทิมมาก จนเรียก ทับทิมสปิเนล (ruby spinel) หรือ balas ruby ชนิดสีน้ำเงิน พบขนาดใหญ่สุดถึง 80 กะรัต แต่มีราคาไม่สูงมาก แถมสปิเนลนั้นสามารถสังเคราะห์ได้โดยกรรมวิธีเวอร์เนียล ซึ่งสวยงามไม่แพ้ของธรรมชาติ

แหวนเงินสปิเนลแดงและน้ำเงิน


เชื่อกันว่าสปิเนลเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ อีกทั้งยังถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความรักหรือแทนการขอบคุณ ผู้ที่สวมใส่สปิเนลจะมีกำลังใจและความกล้าหาญเพิ่มขึ้น รู้สึกแจ่มใสมีชีวิตชีวามากขึ้น

สร้อยสปิเนลสีน้ำเงินประดับด้วยเพชร


ในด้านการบำบัดรักษา สปิเนลถูกนำมาใช้ในการบำบัดอาการเกี่ยวกับเลือด

เพชรดำ ราชาแห่งเพชร นี่ล่ะเพชรตัดเพชร

เพชรดำ ดูๆไปก็เหมือนก้อนหินธรรมดา

ส่วนมากถ้าพูดถึงเพชร คนทั่วไปมักจะนึกถึงอัญมณีชนิดหนึ่งที่มีลักษณะใสแวววาว ที่มีราคาแพง แต่ทุกๆท่านทราบกันหรือไม่ครับว่า เพชรนั้นไม่ได้มีแค่แบบใสอย่างเดียว จากบทความที่เคยพูดถึงเพชร จะพบว่า เพชรนั้นมีด้วยกันหลายสี ซึ่งเราจะเรียกเพชรที่มีสีว่า เพชรแฟนซี ซึ่งก็มีสีมากมาย เช่น สีแดง สีชมพู สีน้ำเงิน เป็นต้น

เมื่อนำมาเจียรไนแล้ว จะพบว่ามีสีดำมันวาว สวยไปอีกแบบ

เพชรดำ เป็นเพชรชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นเหมือนตามธรรมชาติเหมือเพชรทั่วไป แต่เนื่องจากปริมาณคาร์บอนและเขม่าของคาร์บอนมากกว่าปกติ ทำให้เนื้อเพชรมีสีดำใส และด้วยปริมาณคาร์บอนที่จับตัวมากกว่าเพชรสีอื่นๆ ทำให้เพชรชนิดนี้ มีความแข็งแกร่งมากที่สุด และสามารถทนต่อแรงกดดันได้มากกว่าเพชรชนิดอื่นๆ จึงนิยมถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมการขุดเจาะและนำไปทำหัวเครื่องมือที่ใช้เจียรไนเพชรกันมาก ทำให้เราไม่ค่อยเห็นเพชรชนิดนี้ นำมาทำเครื่องประดับกันซักเท่าไหร่

มีความเชื่อกันว่าเพชรดำนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบนโลก น่าจะเกิดขึ้นจากอวกาศ โดย ศาสตราจารย์สตีฟ แฮกการ์ดี้ แห่งมหาวิทยาลัยนานาชาติฟลอริดา ได้ทำการตั้งสมมติฐานเอาไว้ ซึ่งก็ปรากฏหลักฐานสนับสนุนเอาเสียด้วย เนื่องจากการตรวจสอบร่องรอยของก๊าซไนโตรเจนและไฮโดรเจนที่พบในเพชรดำ ดันไปตรงกันกับชนิดของแร่ธาตุของกลุ่มดาวในอวกาศและไม่ตรงกับเพชรชนิดอื่นบนโลก แถมเนื้อเพชรเองยังมีรูพรุนในเนื้อของมันอีก ทำให้เชื่อว่าไม่น่าจะเกิดจากใต้พื้นโลกเรา ซึ่งมีแรงอัดมหาศาล จึงถูกกล่าวว่าเพชรดำนั้นเป็นเพชรจากฟากฟ้า ที่เอาไว้ตัดเพชรอื่นๆ

แหวนเงินประดับด้วยเพชรดำมากมาย

ชาวอินเดียเชื่อกันว่าเพชรดำเป็น เพชรศูทรชาติ (รวมถึงเพชรสีน้ำเงินด้วย) เป็นดั่งดวงตาของนาคราช เหมาะเป็นเครื่องบรรณาการแด่พระศิวะ ท้าวกุเวรและพระยม ใครที่ได้ครอบครองเพชรดำ จะทำให้เขาผู้นั้นร่ำรวยด้วยทรัพย์สมบัติและเปี่ยมไปด้วยโชคลาภอันได้จากพื้นดิน โดยเฉพาะทางด้านการเกษตรและทางด้านการทำอุตสากรรมขนาดใหญ่

เพชรดำ นี่ล่ะที่มาของ เพชรตัดเพชร


ทางยุโรปเอง โดยเฉพาะชาวกรีกและโรมันโบราณเชื่อกันว่า เพชรดำนั้นเป็นอัญมณีแห่งดาวตกอันเกิดจากการแผลงศรลงมาสร้างโลกในยุคดึกดำบรรพ์ของเทพอีรอสเทพเจ้าแห่งกามตัณหา (เป็นเทพอีรอสโบราณที่ถือว่าเป็นพรหมที่ถือกำเนิดเองจากจักรวาล ซึ่งเป็นคนละองค์กับเทพอีรอสในปัจจุบันที่เป็นบุตรของเทพีอโฟร์ไดท์)เป็นเพชรแห่งความมั่นคงมั่งคั่งในชีวิต อีกทั้งยังเป็นเพชรแห่งความปรองดองและการคืนดี เมื่อผู้ใดที่ได้สัมผัสกับเพชรดำแล้ว เพชรดำจะช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายและความเข้าใจผิดระหว่างคู่กรณีได้

ที่มา http://www.horamahawed.com/content.php?cate=gem&id=17

พระพุทธศาสนาไม่มีรูปเคารพ หลังจากที่พระพุทธเจ้าได้ปรินิพพานไปแล้ว จึงมีผู้ที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา จึงได้สร้างเพื่อรำลึกถึง หรือเป็นสัญญาลักษณ์ขององค์พระศาสดา เพื่อที่จะบอกเล่า เรื่องราวขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เป็นต้นปฐมของศานาพุทธที่ทรงค้นหาทางดับทุกข์ และนำพระธรรมมาสั่งสอนให้แก่มวลมนุษย์ ล่วงมาถึงในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช เป็นองค์อุปถัมภ์พระพุทธศาสนาพระพุทธรูป หรือ รูปเคารพแทนพระพุทธเจ้า เริ่มมีการสร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.500 ได้มีการสร้างสถาปัตยกรรมและประติมากรรมทางพุทธศาสนามากมายในแค้วนคันธาราฐ ซึ่งมีการสร้างพระพุทธรูปในลักษณะต่างๆ ตามพุทธประวัติ การสร้างพระพุทธรูปเข้ามาสู่ประเทศสยามในราวพุทธที่ 11 โดยถือคตินิยมถือปฏิบัติตามอินเดียโบราณ

พระพุทธรูปได้รับอิทธิพลจากพระพุทธรูปอมราวดีผสมคุปตะ และปาละของอินเดีย ซึ่งเป็นช่วงในสมัย ทวาราวดี เมื่อทวาราวดีได้ล้มสลาย จึงเกิดอาณาจักรศรีวิชัย ในราวพุทธศตวรรษที่ 13 ที่มีความเจริญรุ่งเรืองในหมู่เกาะชวา และแหลมมาลายู และดินแดนบางส่วนของสยามทางภาคใต้ เป็นศิลปะแบบคุปตะ ซึ่งเป็นพระที่มีความงดงาม พระวรกายอวบ ได้สัดส่วน ต่อมาก็เข้าสู่สกุลช่างลพบุรี ในราวพุทธศตวรรษที่ 17 มีศูนย์กลางอยู่ที่เขมร ต่อมาสกุลช่างเชียงแสน เป็นศิลปะช่างทางภาคเหนือ มีเมืองเชียงแสนเป็นเมืองสำคัญ อาณาจักรล้านนาไทย ที่กล่าวว่ามีพระพุทธรูปมีความงดงามน่าเกรงขาม พระพุทธรูปสมัยเชียงแสนเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง ลุถึงสมัยช่างสุโขทัย พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย เป็นพระที่มีความงดงาม นิยมหล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ และที่สลักเป็นก็มี ซึ่งในขณะนั้น พ่อขุนบางกลางท่าว เป็นบรมปฐมกษัตริย์ของเมืองสุโขทัย นิยมสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ พระพุทธรูปปางลีลาสุโขทัย ได้รับการยกย่องส่าเป็น สุดยอดพระพุทธประติมากรรมที่งดงามมาก บ่งบอกถึงความประณีตทางจิตใจ ได้รับยกย่องว่าเป็น ยุคทองของศิลปกรรมไทย



สมัยอาณาจักรสุโขทัยเรืองอำนาจ มีเมืองกำแพงเพชรเป็นเมืองหน้าด่าน มีความสำคัญในด้านการเมือง เศรษฐกิจ ศาสนา วัฒนธรรม และประเพณี เมืองกำแพงเพชรเป้แหล่งที่มีการสร้างพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ตามวัดวาอาราม และยังมีการสร้างพระบูชาที่มีเอกลักษณ์เรียกว่า“พระสุโขทัย” เป็นพระที่มีความงามและแปลกกว่าพระในสมัยเดียวกัน คือ พระกำแพง 3 ขา ได้สร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัยยุคกลาง คือสร้างเหมือนกับยุต้น แต่มีการแก้พระพักตร์ เป็นรูปไข่ พระเกศ เป็นเปลวอุณาโลม ให้ยาวขึ้น ฐานเขียงก็เพิ่มเป็น 3 ขา คือแต่เดิมฐานพระนั้น มีลักษณะเป็นฐานทึบไม่มีขายื่นออกมา พระศกบางองค์ ทำขมวดก้นหอยแหบลมคล้ายหนามขนุน

พระกำแพง 3 ขา เป็นพระพุทธรูปเมืองสุโขทัย ตรงในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เป็นพระแท่นที่เต็มรูปแบบปกติถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่สวยงาม และต่อมาพ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้ส่งพระโอรส มีพระนามว่า “พระเจ้าลิไท” ไปปกครองกำแพงเพชร พระอง๕ทรงมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมาก พระองค์จึงได้สร้างพระพุทธรูปขึ้นใหม่ โดยให้มีความแตกต่างจากศิลปะสุโขทัย กล่าวได้ว่าไม่แพ้พระสมัยสุโขทัย คือมี พุทธลักษณะการทำฐานให้แตกต่างออกไปจากของเดิม คือเป็นแบบขาโต๊ะ หรือเรียกตามชื่อจังหวัดกำแพงเพชร “พระกำแพง 3 ขา” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย และปางสมาธิขนาดเล็ก ส่วนใหญ่มีอยู่ตามกรุ



วัดเสด็จ มีประวัติความเป็นมาไม่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้างเนื่องจากหลักฐานไม่สามารถยืนยันได้ เป็นวัดที่ประชาชนที่อาศัยทำมาหากินอยู่ในเมืองกำแพงเพชรได้เข้ามาตั้งหลักแหล่งและทำมาหากิน จึงได้รวมตัวกันและสร้างวัดเพื่อเป็นศูนย์กลางของศาสนาและชาวเข้ามาประชุม แต่เดิมชื่อว่า “วัดราชพฤกษ์” ตามกาลเวลาวัดจึงเกิดการชำรุดทรุดโทรมจึงได้มีการลงมติที่จะทำนุบำรุงและก่อสร้างขึ้นใหม่ จึงได้ทำการรื้อถอนวิหาร เมื่อรื้อก็ได้เห็นว่ามีพระพุทธรูปองค์ประทานประดิษฐานจึงได้ยกพระออกจากฐานเดิมก็พบ พระพุทธรูปเก่าแก่ ที่กล่าวไว้ข้างต้น บางองค์ก็มีความสมบูรณ์ บางองค์เกิดชำรุด จึงได้รวบรวมพระที่ชำรุดดังกล่าวนำไปหลอมใหม่นำมาสร้างเป็นพระกำแพงสามขาย้อนยุค เพื่อนำรายได้สร้างวิหารใหม่ และอาคารอเนกประสงค์ พระที่มีความสมบูรณ์จำนวนหนึ่งก็ได้เก็บไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันเจริญเมื่อครั้งที่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานี

ที่มา http://www.horamahawed.com/content.php?cate=kong_kang&id=27

ซาร์โดนิกซ์ อัญมณีแห่งเพศหญิง ตัวแทนแห่งความรัก

หินซาร์โดนิกซ์


ซาร์โดนิกซ์ (Sardonyx) เป็นอัญมณีในตระกูล คัลชิโดนี อยู่กลุ่มของแร่ควอรตซ์ มีลักษณะเหมือนอะเกต แต่เป็นแถบสีขนานกัน ไม่โค้ง อยู่ในกลุ่มที่มีผลึกละเอียด มีสีน้ำตาลแดง บางครั้งอาจพบเห็นเป็นลายชั้นสีขาวแทรกสลับ นิยมนำมาทำเครื่องประดับ ไม่สามารถนำมาเจียระไนไห้เกิดความแวววาวได้เพราะแสงที่ตกกระทบจะไม่สามารถหักเหได้ แต่ด้วยสีสันที่สลับปะปนกันอยู่ในเนื้อที่ทำให้นิยมนำมาแกะสลักนูน หรือไม่ก็นำมาเจียระไนแบบหลังเบี้ย

ซาร์โดนิกซ์ที่ผ่านการเตียระไนแล้ว


ในสมัยโบราณ การนำซาร์โดนิกซ์มาใช้เริ่มเมื่อสมัย 4,000 ปีมาแล้ว โดยมีการค้นพบหินชนิดนี้และนำมาทำตราประทับต่างๆ แหวนประทับตราประจำตระกูล นอกจากนี้ยังนิยมใช้เป็นเครื่องรางเพื่อเพิ่มความกล้าหาญ

เชื่อกันว่าซาร์โดนิกซ์ มีพลังแห่งเพศหญิงสูง แต่จะมีประโยชน์ต่อจิตใจมากกว่าร่างกาย เป็นอัญมณีแห่งความรัก มีประโยชน์ด้านจิตใจ ถือเป็นอัญมณีแห่งความรัก ช่วยแก้ไขเยียวยาความรักที่กำลังประสบปัญหา พลิกผันสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้ช่วยให้สามารถปรับตัวเข้าหากันได้

สร้อยคอที่ทำมาจากหินซาร์โดนิกซ์

ลายชั้นสีน้ำตาลและสีขาวของซาร์โดนิกซ์ที่ผสมกลมกลืนรวมอยู่ในก้อนหินก้อนเดียวกันเปรียบเสมือนชีวิตสมรสของคู่หนุ่มสาวที่อยู่ร่วมกันเป็นคู่ทุกข์-คู่ยาก อย่างกลมเกลียวและราบรื่น เป็นสัญญลักษณ์ของความสมัครสมานในชีวิตสมรส ช่วยให้ชีวิตสมรสราบรื่น ลดการใช้อารมภ์ในการแก้ปัญหาให้เกียรติกันมากขึ้น เป็นสัญญลักษณ์ของการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างผาสุกตราบชั่วนิรันดร์

สร้อยจากหินซาร์โดนิกซ์ เหมาะสำหรับคนเกิดเดือนสิงหาคม


ซาร์โดนิกซ์ เป็นอัญมณีที่เหมาะสำหรับผู้ที่เกิดในเดือนสิงหาคม
Free advertising
top