แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ป้องกันภัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ป้องกันภัย แสดงบทความทั้งหมด

โมรา ป้องกันภยันตราย เพิ่มทรัพย์สินเสริมความมั่งคั่ง

หินโมราหรืออาเกต
โมรา หรืออีกชื่อหนึ่งคือ อาเกต (Agate) จัดเป็นแร่ที่อยู่ในกลุ่ม คาลซิโดนี (Chalcedony) หมายถึง ควอทซ์ (Quartz) SiO2 กลุ่มที่ไม่มีรูปผลึก มีหลายสี ที่นิยม คือ ฟ้าอมเทาลายขาว หรือฟ้าในเนื้อหิน พบได้ตามโพรงถ้ำและรอยแยกของแผ่นหิน โดยเกิดจากการตกตะกอนของน้ำใต้ดินที่มีส่วนประกอบของซิลิกา (Silica) และยังสามารถเกิดได้จากการหลอมรวมตัวบริเวณใกล้ผิวโลกภายใต้สภาวะอุณหภูมิและความดันต่ำ โมราจัดอยู่ในกลุ่มหินลาวาที่มี ซิลิกา (Silica) เจือปน

อาเกต (Agate) เป็นชื่อมาจากภาษาท้องถิ่น จากชื่อแม่น้ำ "Achate" อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของ ซิชิลี (Sicily) 

หินโมราถูกใช้เป็นเครื่องประดับและใช้ในการตกแต่งมามากกว่า 1,000 ปี ในช่วงยุคกลาง (ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 12 - 15) การสวมใส่เครื่องประดับที่ทำมาจากหินโมราเพื่อให้เป็นที่รักของพระผู้เป็นเจ้า, เพื่อให้คนอื่นยอมรับ, นำชัยชนะ พละกำลัง มาสู่ผู้สวมใส่, ป้องกันภัยจากภยันอันตรายต่างๆ และยังช่วยบำบัดอาการนอนไม่หลับ รวมถึงยังช่วยให้ฝันดีอีกด้วย

สร้อยข้อมือหินโมราสลับคริสตัล


คนโบราณเชื่อกันว่าหินโมราเป็นเหมือนเครื่องรางของขลังที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ และสามารถป้องกันภยันอันตราย ให้กับผู้เป็นเจ้าของได้ดียิ่ง จึงนิยมพกติดตัว หรือใช้เป็นเครื่องประดับ นอกจากนั้นยังถือกันว่าหินโมราเป็นตัวแทนของทรัพย์สิน ช่วยเพิ่มความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับผู้เป็นเจ้าของ  นิยมพกติดตัวเสมอเวลาเดินทาง เพราะเชื่อว่าหินโมรามีตาที่สาม ในสมัยก่อนนิยมนำมาเสี่ยงทายทำนายอนาคตตอีกด้วย

นอกจากนี้บางส่วนของอาวุธในสมัยโบราณ เช่น ขวาน ซึ่งจะถูกใช้โดยผู้ชายเมื่อ 2.5 ล้านปีก่อนนั้น ในพื้นที่แถบ โอโมวัลเล่ (Omo Valley) ปัจจุบันอยู่ในประเทศ เอธิโอเปีย (Ethiopia) ค้นพบว่าขวานโบราณนั้นทำมาจากหินจำพวก ควอทซ์ (Quartz) เช่น หินโมราที่ถูกใช้ในการทำอาวุธในสมัยโบราณนั้นเนื่องจากคุณสมบัติที่แข็งและเปราะทำให้สามารถจัดแต่งเป็นรูปทรงต่างๆได้ง่าย

ชาวอินเดีย จีน และ คนเม็กซิกันมีความเชื่อในเรื่องของหินโมราว่าเป็นเครื่องมือนำพาหรือดึงดูดสิ่งดีดี เช่น ทรัพย์สินเงินตราหรือลาภยศมาสู่ผู้เป็นเจ้าของ คนบราซิลและอิตาเลียนเชื่อว่าหินโมราจะช่วยประสานความเข้าใจระหว่าบริวารลูกน้อง และมีพลังขับไล่พลังด้านลบ หรือเชื้อโรคร้ายในร่างกายปกป้องไม่ให้เซลล์มะเร็งก่อตัว

ชาวอียิปต์เชื่อกันว่า ช่วยป้องกันภยันตรายให้เจ้าของ และเป็นตัว แทน ทรัพย์สิน เพิ่ม ความมั่งคั่ง ช่วยทำให้จิตใจเยือกเย็น สงบ ถ้านำ มากำ ไว้ จะช่วยชำระล้างอารมณ์รุนแรง เร่าร้อน คลายอารมณ์เคร่งเครียด แล้วนำหินไปล้าง เพื่อชำระล้างทิ้งไป นอกจากนั้นยังช่วยสร้าง ภูมิคุ้มกันโรค ให้กับร่างกาย ถ้านำมาวางไว้บนหัวเตียง เชื่อว่า สามารถช่วยเเสริมสมรรถ ภาพพลังทางเพศได้อีก

สร้อยที่ทำจากหินโมราเขียว


หินโมราเป็นหินประจำราศีเมถุนและยังใช้เป็นอัญมณีสัญลักษณ์ของการครบรอบแต่งงานปีที่ 12 (12th Aniversary) ด้วย

ทางด้านการบำบัดรักษา หินโมราช่วยให้เกิดความสมดุลย์ทางร่างกายทั้งทาง กายภาพ, อารมณ์, จิตใจ และจิตวิญญาณ รวมถึงยังสามารถขจัดปัดเป่าอุปสรรคและยังช่วยนำพาสิ่งดีๆมาสู่ผู้สวมใส่

หลายท่านคงอาจจะงงๆว่า ปะการังจัดมาเป็นอัญมณีได้อย่างไร




ปะการังจัดเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กประเภทหนึ่ง มีความแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆตรงที่จะมีโครงสร้างเป็นหินปูนเป็นรูปทรงต่างๆ ห่อหุ้มตัวปะการังที่มีลักษณะอ่อนนุ่มที่อยู่ภายใน รูปทรงของหินปูนมีทั้งแบบเป็นแผ่น เป็นก้อน หรือแบบกิ่งก้านเหมือนต้นไม้ แผ่ขยายออกไปเรื่อยๆจนเป็นแนวปะการัง เจริญเติบโตได้ดีที่อุณหภูมิ 8 - 27 องศา แสงแดดพอประมาณ

ปะการังตัวหนึ่งๆเมื่อโตเต็มที่จะให้กำเหนิดลูกปะการังเล็กลอยไปตามกระแสน้ำ ซึ่งสามารถลอยไปได้ไกลมาก และเมื่อไปเกาะจับตามโขดหินหรือวัตถุที่มีลักษณะแข็ง ปะการังก็จะเริ่มสร้างหินปูนออกมาห่อตัวมันเองและขยายไปเรื่อยๆจนเป็นรูปร่างต่างๆ



ปะการังยังเป็นที่อาศัยของสิ่งมีชีวิตอีกหลายชนิด เช่นปลาและพวกสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง เนื่องจากความแข็งแรงของหินปูนของปะการัง จะช่วยเป็นเกราะให้พวกมันได้เพราะสัตว์ที่อาศัยในแนวปะการังเหล่านี้มีขนาดเล็ก ทำให้มันสามารถซอกซอนเข้าไปหลบตามรู ตามซอกของปะการังจากนักล่าได้เป็นอย่างดี



คนโบราณเชื่อกันว่า ปะการังมีพลังในการปกป้องคุ้มครองผู้ที่เดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางไกล การย้ายถิ่นฐาน โดยให้นำปะการังในพื้นที่ติดตัวไปด้วย นอกจากจะเชื่อว่าจะช่วยคุ้มครองการเดินทางให้ปลอดภัยแล้วยังช่วยให้รู้สึกใกล้ชิดกับถิ่นฐานเดิมได้อีกด้วย ชาวฮินดูมักจะนิยมใช้ปะการังในการป้องกันและกำจัดสิ่งชั่วร้ายต่างๆ โดยเฉพาะชาวทะเลจะนิยมแขวนปะการังไว้หน้าบ้าน ยิ่งเป็นบ้านที่มีเด็กแรกเกิดจะต้องมีปะการังแขวนอยู่หน้าบ้านทั้งสิ้น พวกเขาเชื่อว่าปะการังจะช่วยให้ภูติวิญญาณต่างๆที่จะมาเอาวิญญาณเด็กไม่กล้าเข้ามาใกล้บ้านและยังช่วยคุ้มครองภัยต่างๆไม่ให้เกิดขึ้นกับเด็กอีกด้วย



สีของปะการังก็มีผลต่อความเชื่อต่างๆของคนโบราณ อย่างปะการังสีแดงที่เข้มจัด คนที่เป็นผู้นำ หรือนักรบเท่านั้นที่จะสามารถครอบครองได้ สีชมพูจะเหมาะกับนักคิด นักเขียน สีส้มเหมาะกับพ่อค้า นักการเงิน และสีน้ำตาลเหมาะกับผู้ใช้แรงงาน

ในด้านการบำบัดรักษาโรค เชื่อกันว่าจะช่วยให้กำลังใจในยามที่ร่างกายอ่อนแอ ขาดกำลังใจ แต่ชาวอินเดียเชื่อกันว่า ปะการังจะช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ กระตุ้นพลังทางเพศได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือด ช่วยรักษาโรคในช่องปาก เหงือกและฟันที่ไม่แข็งแรง ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหาร

คาร์เนเลียน ก่อเกิดความรอบรู้ ทำให้ความปราถนาเป็นจริง



คาร์เนเลียน (Carnelian) เป็นหินประเภทคัลซิโดนี มีหลายสี ที่มาของชื่อเพราะสีจะเหมือนเมล็ดของลูกเชอรี่ มีลักษณะโปร่งใสจนแสงทะลุได้และแบบทึบแสง พบมากใน อุรุกวัย อินเดีย เปรู เชค
โรมาเนีย

ในอารยธรรมโบราณทางยุโรบ ตะวันออกกลาง อเมริกาหรือทางเอเชีย ได้พบหลักฐานจากแหล่งโปราณสถานต่างๆว่ามีการนำคาร์เนเลียนมาใช้เป็นเครื่องประดับและเครื่องราง เช่น เครื่องประดับของมัมมี่ฟาโรห์ในอียิปต์ โดยเชื่อว่าคาร์เนเลียนจะเป็นเครื่องนำทางดวงวิญาณไปสู่โลกหน้าอย่างปลอดภัย ในทางตะวันออกกลางก็มีการขุดพบหลุมฝังศพของพระนางพูอาบี(Pu-Abi) พระราชินีของอาณาจักร์สุเมเรียน ซึ่งศพถูกประดับด้วยอัญมณีหลายชนิดซึ่งมีคาร์เนเลียนรวมอยู่ด้วย



คาร์เนเลียนมักจะถูกนำมาทำเป็นเครื่องประดับร่างกายชนิดต่างเช่น แหวน สร้อย เป็นต้น รวมทั้งใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา เนื่องจากเชื่อกันว่าคาร์เนเลียนมีอำนาจที่จะคุ้มครองผู้สวมใส่จากภูติผีปีศาจ กระตุ้นให้เกิดความหวังมีความสุขและโชคดี จึงมักจะนำมาประกับตามร่างกายหรือใช้เป็นสัญลักษณ์หรือตราประจำตัว


เชื่อกันว่าคาร์เนเลียนเป็นตัวแทนของพลังธรรมชาติก่อให้เกิดความรอบรู้ ช่วยคุ้มครอง ทําให้ความปรารถนาเป็นจริงตามความคิด กล้ายอมรับความเป็นจริงของชีวิต วงจรชีวิตที่มีการเกิด แก่ เจ็บ ตายปรับปรุงการวิเคราะห์ การหยั่งรู้ เรียนรู้ให้ชัดเจนกระตุ้นธุรกิจให้ประสบผลสําเร็จ รู้จักการเลือกชีวิตให้ถูกต้องขจัดสิ่งรบกวน ทําให้มีสมาธิ ขับไล่อารมณ์เฉื่อยชากระตุ้นร่างกายให้กระปรี้กระเปร่าเลือดสูบฉีดแรงกระตุ้นและเร้าอารมณ์ถ้าสวมใส่เป็นเวลานานติดต่อกัน ป้องกันอาการเกิดอารมณ์โกรธหรือความขุ่นเคืองที่รุนแรง

ในด้านทางการรักษา คาร์เนเลียนมักจะถูกใช้รักษาอาการของคนที่เป็นเนื้องอก ทําให้เลือดหยุดไหล บรรเทาอาการหอบหืด การแพ้อากาศ ผื่นคัน อาการปวดหลังส่วนล่าง มีประโยชน์สําหรับผู้หญิงที่มีระบบรอบเดือนและระบบสืบพันธ์ไม่ปกติหรือไม่สมบูรณ์





โกเมนเป็นที่รู้จักกันมาแต่โบราณ กล่าวกันว่า โนอาห์ (Noah) ผู้พาสิ่งมีชีวิตหนีน้ำท่วมโลก ใช้โกเมนประดับเรือเรืออาร์ค ( Ark ) เพื่อให้แสงสว่างในการเดินทางในตอนกลางคืน ชาวอียิปต์ ชาวกรีก และชาวโรมันก็ใช้โกเมนมาทำเป็นเครื่องประดับ ในสมัยวิคตอเรีย อัญมณีสีแดงชนิดนี้เป็นที่นิยมนำมาทำเครื่องประดับด้วยเช่นกัน

โกเมนเป็นอัญมณีในตระกูล Garnet มีความวาวแบบแก้ว มีสีมากถึง 15 สี ยกเว้นสีน้ำเงิน ส่วนสีแดงเป็นสีของโกเมนที่มีมากที่สุด



ตามคัมภีร์พระเวทบันทึกไว้ว่า อัญมณีสีแดงชนิดนี้เกิดจากเล็บเท้าของอสูรชื่อวลาซึ่งถูกเหล่าเทวดาหลอกมาสังหารแล้วแยกชิ้นส่วนร่างกายของอสูรตนนี้ออกอันเนื่องมาจากอสูรวลามีอำนาจเหนือพระอินทร์ คอยกดขี่ข่มเหงเทวดาอื่น ๆ ชิ้นส่วนร่างของมารวลาที่ตกลงมาบนโลกมนุษย์ได้กลายเป็นอัญมณีชนิดต่าง ๆ ส่วนเล็บเท้าของอสูรวลาที่หล่นลงมาบนโลกมนุษย์นั้นได้รับการบูชาจากพญานาคแล้วปล่อยลงบริเวณเทือกเขาหิมาลัย

นักเดินทางในสมัยโบราณมักจะพกโกเมนติดตัวไว้ เพราะเชื่อกันว่าสามารถปกป้องคุ้มครองให้พ้นจากภยันตรายต่าง ๆ และช่วยส่องแสงในตอนกลางคืนด้วย แต่ผลการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ พบว่าเกิดจากการหักเหของแสง โกเมนยังเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความศรัทธาอีกด้วย บ้างก็เชื่อกันว่าทำให้ผู้สวมใส่อายุยืน

ทางด้านการบำบัด โกเมนเป็นอัญมณีสีแดง จึงมีพลังช่วยรักษาสมดุลของระบบหมุนเวียนโลหิต ช่วยกระตุ้นผู้ที่มีความเฉื่อยชาทางเพศ นอกจากนี้ โกเมนยังมีคุณสมบัติในการกระตุ้นความรู้สึกและอารมณ์ ดังนั้น หากนำไปให้ผู้ที่มีปัญหาซึมเศร้าสวมใส่ โกเมนจะช่วยกระตุ้นให้มีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น เพิ่มความเข้มแข็งให้กับผู้ใส่

ข้อมูลจาก http://www.dek-d.com/board/view.php?id=922508

หุ่นพยนต์ เครื่องรางบันดาลโชคลาภ

หุ่นพยนต์บันดาลโชคลาภ ปกป้องให้พ้นภัยอันตราย คุ้มครองบ้านเรือ
หุ่นพยนต์ ในอดีตมักนิยมใช้วัสดุธรรมชาติมาปลุกเสกตามแต่จิตอธิฐาน เช่น ฟางข้าว หญ้าคา ก้านธูป ผ้าพันศพคนตาย ตะปูโลงศพ เป็นต้น จากนั้นจะใช้พระคาถากำกับ หุ่นพยนต์ ตามแบบที่ศึกษาเล่าเรียนมา โดยจะปลุดเสกให้ป้องกันอันตรายทั้งปวง หรือจากภูตผีปีศาจ คุณไสย คนรุ่นก่อนเชื่อกันว่า ใครก็ตามที่มีหุ่นพยนต์มาครอบครอง ก็เหมือนมีเงาคอยตามตัวปกป้องคุ้มครองตัวเรานั่นเอง 


ตามตำนานพระมหากัลปเถระ ได้สร้าง หุ่นพยนต์ ขึ้นจากคำอธิษฐาน เพื่อคอยเฝ้าดูแลรักษา “พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า” ก่อนที่พระมหากัสปเถระจะเสด็จสู่พระนิพพาน หลังจากนั้น 200 ปี ให้หลัง พระเจ้าอโศกมหาราช จะเปิดกรุเพื่อเอาพระบรมสารีริกธาตุ ได้เจอเข้ากับหุ่นพยนต์และไม่สามารถเข้าไปได้จนพระอินทร์ได้ลงมาปราบ จึงสามารถเข้าไปอัญเชิญได้


หุ่นพยนต์  คือการนำเอาวัตถุอาถรรพณ์ที่แต่ละสำนักศึกษาเล่ามาจากครูบาอาจารย์มาแต่ครั้งโบราณสืบทอดต่อกันมา และวัสดุที่เป็นมวลสารนำมาปั้น หรือหล่อหลอมให้เป็นรูปหุ่นจำลองคนตามต้องการ แล้วจากนั้นร่ายเวทมนต์คาถาใส่ลงในตัวหุ่นพยนต์ ที่เรียกกันว่า “วิชาผูกหุ่น” แต่ก่อนในสมัยโบราณจะใช้หญ้าแพรก ไม้ไผ่ ขี้ผึ้ง ผ้าห่อศพคนตาย มาในสมัยปัจจุบันได้มีการสร้างจาก โลหะอาถรรพณ์ ที่มีความเข้มขลังอยู่ในตัวของมันเองว่ากันว่ามีความขลังเป็นทวีคูณจึงเป็นที่นิยมมาก



คาถาบูชาหุ่นพยนต์ 

ตั้งนโม 3 จบ แล้วว่า
โสสะอะนิ โสสะอะนิ สะอะนิโส อะโส อะโส นินิ สะอะโสนิ นิโยสะอะ อะนิโสสะ สะมะสุ

ถวายด้วย ข้าวปากหม้อ ไข่ต้ม น้ำเปล่า 1 แก้ว เหล้าขาว 1แก้ว
Free advertising
top